วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2558

พิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน

           ที่นี่คือที่ไหนและสำคัญอย่างไร ฉบับนี้ผมขอพาทุกท่านไปเยี่ยมชมสถานที่ๆ หนึ่งที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในสมัยรัชกาลที่ 5 นั่นคือ พิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน

           ผมขอเล่าแบบคร่าวๆ และใช้คำศัพท์แบบบ้านๆ เพื่อให้คุณผู้อ่านเข้าใจง่ายๆ ละกัน ในรัชกาลที่ 5 พระองค์ได้โปรดเกล้าให้นายช่างฝรั่งท่านหนึ่งก่อสร้างพระตำหนักขึ้นสองหลัง เพื่อเตรียมไว้ให้ลูกชายทั้งสองพระองค์ที่ไปเรียนต่่างประเทศและกำลังจะกลับบ้าน ลูกชายทั้งสองพระองค์ คือ รัชกาลที่ 6 (ในเวลาต่อมา) ซึ่งขณะนั้นเป็นองค์รัชทายาท และอีกพระองค์หนึ่งคือ จอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ (พระอนุชา หรือน้องของรัชกาลที่ 6) ซึ่งได้ไปศึกษาที่ประเทศรัสเซีย 

           พระตำหนักที่ทรงสร้างขึ้นได้แก่ พระตำหนักจิตรลดา ตั้งอยู่เยื้องๆ กับพระบรมรูปทรงม้า ตรงแยกพอดีเป๊ะ อยู่ทางด้านทิศเหนือ  ตำหนักนี้สร้างให้องค์รัชทายาท  สำหรับพระตำหนักที่สอง อยู่ไม่ไกลกัน คือพระตำหนักสวนปารุสวัน อยู่ทางด้านทิศใต้ หลังนี้สร้างให้เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ 

           และเมื่อองค์รัชทายาทขึ้นครองราชสมบัติ ได้ย้ายไปประทับที่พระบรมมหาราชวัง จึงพระราชทานพระตำหนักจิตรลดาให้กับน้องชาย เพื่อเป็นที่ประทับ และได้รื้อกำแพงที่กั้นแบ่งพื้นที่พระตำหนักออกรวมเป็นวังเดียวกันเรียกว่า วังปารุสกวันนั่นเอง และเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ก็ประทับที่วังนี้ตลอดพระชนมายุ 

           คุณฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์  (นักแสดงและนักร้อง) มีศักดิ์เป็นหลานตาของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ พระโอรสใน เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ ว่ากันง่ายๆคือ    เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ มีศักดิ์เป็นคุณตาทวดนั่นเอง ไม่งงกันใช่มั๊ย 

           กลับมาที่เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ พระอนุชาในรัชกาลที่ 6 ต่อครับ เมื่อพระองค์ทิวงคต (ตาย) ด้วยพระชนมายุเพียง 37 พรรษา รัชกาลที่ 6 พระราชทานโกศทองน้อยเชิญพระศพมาประดิษฐานเพื่อบำเพ็ญพระราชกุศล ณ พระตำหนักจิตรลดา ต่อมาพระตำหนักแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นอาคารรับรองพระราชอาคันตุกะและจัดพระราชพิธีสำคัญๆ สืบต่อมาจนถึงในรัชกาลที่ 7

           หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ทางคณะราษฎร์ได้ขอพระราชานุญาตใช้วังปารุสกวันเป็นสถานที่ทำการและที่พัก โดยพระตำหนักจิตรลดาใช้เป็นที่อยู่ของคณะราษฎร์ ส่วนพระตำหนักปารุสกวันเป็นทำเนียบที่พักของพระยามโนปกรณ์นิติธาดา (ประธานคณะราษฎร) นายพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา (หัวหน้าคณะราษฎร)

           ต่อมาวังแห่งนี้ถูกใช้เป็นสถานที่ทำงานของกรมต่างๆอีกมากมาย   จนปัจจุบันด้านทิศเหนือคือพระตำหนักจิตรลดาอยู่ในความดูแลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และด้านทิศใต้อยู่ในความดูแลของสำนักข่าวกรองแห่งชาติครับ

           สำหรับส่วนที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเยี่ยมชมได้คือ ด้านทิศเหนือพระตำหนักจิตรลดา และพิพิธภัณฑ์ตำรวจแห่งชาติ ขณะที่ตำหนักปารุสกวัน ไม่เปิดให้เข้าเยี่ยมชม คือตรงนั้นเป็นที่ตั้งของสำนักข่าวกรองแห่งชาติอ่ะครับ

           แล้วพิพิธภัณฑ์ตำรวจเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ    อืม... จริงๆ ในสมัย 2473 ทางกระทรวงมหาดไทยได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ตำรวจขึ้นเป็นครั้งแรก แต่ไม่ได้จัดแสดงที่นี่ครับ วัตถุประสงค์หลักในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ตำรวจขณะนั้นเพื่อเก็บรวบรวมวัตถุของกลางที่คนร้ายใช้ในการกระทำความผิดทุกชนิด เพื่อให้ทั้งข้าราชการและบุคคลทั่วไปมาค้นคว้าหาความรู้ ต่อมามีการแบ่งแผนกงานรับผิดชอบภายในของกรมตำรวจ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบงานด้านพิพิธภัณฑ์และได้จัดแบ่งหมวดหมู่ของที่จะใช้จัดแสดงออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
           พิพิธภัณฑ์ตำรวจที่เกี่ยวกับคดีอาญา จัดแสดงวัตถุที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาทุกชนิด อยู่ที่ปทุมวัน และไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมครับ และดูอันตรายและอาจนำไปก่ออาชญกรรมได้
            พิพิธภัณฑ์ที่ไม่เกี่ยวกับคดี จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของการก่อตั้งกรมตำรวจตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เครื่องแต่งกายตำรวจ ยศ และอุปกรณ์ต่างๆ จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ตำรวจวังปารุสกวันแห่งนี้ครับ

            จากคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ แม้ว่าพี่ชายคือ รัชกาลที่ 6 ได้ยกให้กับน้องชายไปแล้ว เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ ไม่ได้ประทับที่พระตำหนักจิตรลดาหลังนี้ ทรงประทับที่ตำหนักปารุสกวันเสียมากกว่า






         มาว่าต่อถึงรูปแบบสถาปัตยกรรมของพระตำหนักจิตรลดาหลังนี้กันครับ นายช่างออกแบบอาคารหลังนี้ตามแบบ Stile Liberty หรือ อาร์ต นูโวแบบอิตาเลียน  แล้วมันเป็นยังไงอ่ะ

         งานอาร์ต นูโว เป็นภาษาฝรั่งเศส หมายถึง ศิลปะแนวใหม่ เป็นแบบอย่างของศิลปะสากล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตกแต่งภายใน และสถาปัตยกรรม เจ้าศิลปะแนวนี้เกิดจากรูปแบบที่มีความโค้ง สัมพันธ์กับธรรมชาติ หรือกึ่งธรรมชาติ จะสังเกตได้จากประตูประดับซุ้ม การดัดหวายให้เป็นรูปหัวใจ หรือเป็นลายดอกไม่้เถาวัลย์ ประมาณนี้ครับ สวยงามอ่อนช้อยมากครับ
       



บริเวณรอบๆพระตำหนัก ร่วมรื่นน่าอยู่มาก

ห้องประชุม

คุณตาของคุณฮิวโก้ (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์) นี่หล่อจริงๆ






รูปนายช่างมาริโอ้

             เดินต่อกันอีกนิดด้านหลังของพระตำหนักจิตรลดา จะเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ตำรวจครับตามมาดูกัน ภายในแอร์เย็นเฉียบดีครับ


















        คุณผู้อ่านที่สนใจมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน โปรดแต่งกายให้สุภาพด้วยนะครับ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันพุธ-วันอาทิตย์  เวลา 10.00 - 16.00 น.   หยุดวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ไม่เสียค่าเข้าชมครับ สถานที่ตั้งคืออยู่ตรงมุมลานพระบรมรูปทรงม้า หันหน้าเข้าลานพระบรมรูปจะอยู่มุมซ้ายมือของถนนครับ



           







วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เยี่ยมเยือนเมืองสุขภาพดี....พิษณุโลก

"พระพุทธชินราชงามเลิศ ถิ่นกำเนิดพระนเรศวร  
สองฝั่งน่านล้วนเรือนแพ หวานฉ่ำแท้กล้วยตาก  
ถ้ำและน้ำตกหลากตระการตา"

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปทำงานที่จังหวัดพิษณุโลก และถือว่าเป็นครั้งแรกที่ผมได้มาเยือนจังหวัดนี้ แม้ว่าจะมีเวลาเพียง 1 วันที่จะแว๊บมาเที่ยวชมเมืองแต่อย่างน้อยผมก็ถือว่าคุ้มค่ามากที่ได้มากราบสักการะพระพุทธชินราชที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารครับ


 ผมไปถึงวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นเวลาเที่ยงตรงพอดิบพอดี อากาศกำลังร้อนจัดเลยครับ 
ตั้งแต่เด็กแต่เล็กเรามักจะได้ยินว่าพระพุทธชินราชที่จังหวัดพิษณุโลกเป็นพระพุทธรูปที่มีความงดงามที่สุดในประเทศไทย มีภาพของพระพุทธรูปองค์นี้ปรากฎตามสื่อและหนังสือมากมาย ตัวผมเองก็ไม่เคยได้ศึกษาประวัติความเป็นมาของพระพุทธชินราช ได้มาเยือนสักการะท่านครั้งนี้ทำให้ผมรู้ว่าพระพุทธรูปองค์นี้สันนิษฐานกันว่าสร้างขึ้นในสมัยพระมหาธรรมราชาลิไท สมัยสุโขทัย คาดว่าน่าจะสร้างพร้อมกับพระพุทธชินสีห์และพระศรีศาสดา พระพุทธชินราชนี้เป็นพระพุทธรูปศิลปะสมัยสุโขทัย ความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ที่สังเกตได้ง่ายคือมีซุ้มเรือนแก้วที่คาดว่าน่าจะสร้างในสมัยอยุธยา แน่นอนว่าต้องเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองที่ชาวเมืองพิษณุโลกต่างหวงแหนมาก

จากนั้นผู้ใหญ่พาไปทานก๋วยเตี๋ยวเจ้าดัง "ร้านกนกภัณฑ์" จริงๆร้านนี้ดังซาลาเปา แต่ก๋วยเตี๋ยวก็เด็ดไม่แพ้กันครับที่นี่จะดังก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยครับ  ซึ่งรสชาติจะออกหวานๆหน่อย ผมชอบเจ้าของร้านมาก นอบน้อมมือไม้ไหว้ลูกค้าตลอด จนคณะเราเกรงใจสุดๆ อะไรจะนอบน้อมขนาดนั้น



จากนั้นไปที่โรงแรมวังจันทน์ ริเวอร์วิว เป็นสถานที่ผมมาทำงานและพักค้างคืนที่นี่ครับ น่าจะคืนละ 1100 บาท เผอิญผมมาในราคาองค์กร








ห้องพักที่นี่สะอาดและนอนสบายมากครับแถมวิวสวยด้วย






จริงๆ โรงแรมแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยราชภัฎ ซึ่งเป็นศูนย์วัฒนธรรมภาคเหนือตอนล่าง
ดังนั้นการสร้างโรงแรมจะออกแนวล้านนา บางคนไม่กล้ามานอนพักเพราะคิดว่าเหมือนวัด แต่ผมชอบเพราะมันมีเสน่ห์ในตัวของมันเอง





นอนพักเอาแรงสักพักเพราะแดดแรงมาก ยามเย็นเราจึงออกมาเดินชมวิวทิวทัศน์
ร้านกาแฟหน้าโรงแรม

ร้านไอติมหน้าโรงแรม

ใกล้ๆโรงแรมมีร้านขนมจีนเส้นสด "ตะแลงแกง" คนเยอะมาก ต้องลองสักหน่อย

มีทั้งน้ำพริก น้ำยาป่า น้ำยากะทิ แกงเขียวหวานไก่ ที่อร่อยเด็ดคือเส้นสด 

ตบด้วยของหวาน ฟิน
 เดินย่อยสักหน่อยดีกว่า ชมเมือง



ร้านกาแฟตรงข้ามโรงแรม วิวสวยมากครับ


เจอคุณตำรวจมาพร้อมยูนิฟอร์มใหม่ แอบถามได้ความว่าเป็นยูนิฟอร์มสำหรับโครงการตำรวจนักปั่น

มานอนนวดขาริมแม่น้ำน่าน ช่างบรรยากาศดีเสียจริงๆ สักพักก็เดินเที่ยวถนนคนเดินต่อ ซึ่งก็ขายของทั่วๆไปไม่มีได้อะไรแปลกใหม่ เดินมาเรื่อยๆหาข้าวกิน เราเลือกร้านข้าวต้ม "ผักบุ้งบิน" ร้านนี้ผม recommend เลยครับอาหารอร่อยทุกอย่าง ราคาใช้ได้ ฝรั่งรอดูวิธีการรับผักบุ้งแบบแปลกแหวกแนว ด้วยการที่คนรับถือจานไปรับอยู่บนเวที ผมจับภาพไม่ทันเสียดายจริงๆ



รุ่งขึ้นเป็นวันทำงานของผมครับ แต่ก็แอบแว๊บออกมาดูว่าใกล้ๆโรงแรมอีกฝั่งมีอะไรน่าสนใจ 
ซึ่งพบว่ามีพิพธภัณฑ์ท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยราชภัฎ จัดแสดงประวัติความเป้นมาของเมืองพิษณุโลก ไว้ได้น่าสนใจมาก ผมไม่ได้ถ่ายภาพมาทั้งหมดครับ เพราะแสงในห้องไม่พอ และไม่ได้เปิดแอร์ เกรงใจเจ้าหน้าที่เพราะมีผมคนเดียวที่มาเดินชมพิพิธภัณฑ์ น้องๆเจ้าหน้าที่น่ารักมากและได้เล่าประวัติความเป็นมาของเมืองพิษณุโลกไว้ได้น่าสนใจ



เมืองพิษณุโลกเป้นเมืองคู่แฝดของสุโขทัยมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยเลยทีเดียว พระมหาธรรมราชาที่ 1 หรือพระยาลิไท ได้ย้ายเมืองสองแควมาตั้งอยู่ที่บริเวณตัวเมืองปัจจุบัน ในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยาเป็นยุคที่รุ่งเรืองที่สุด ทั้งทางด้านการเมืองการปกครอง ยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจ ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม เนื่องจากสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถย้ายราชธานีมาตั้งอยู่ที่นี่ ปัจจุบันบริเวณที่เป็นตัวเมืองโบราณได้ฝังตัวอยู่ใต้ดิน กรมศิลปากรมาขุดพบแนวกำแพงเมืองเก่าครับ

สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกปะหลาดใจคือ เมืองพิษณุโลกนี้มีบ่อเกลือ และเป็นแหล่งผลิตกล้วยตาก ปัจจุบัน
ต่อยอดธุรกิจกล้วยตากออกไปสู่ตลาดทั้งไทยและเทศมากมาย เช่น กล้วยตากเคลือบช้อกโกแลต แพคเกจจิ้งดูหรูหรามากครับ จากคำขวัญด้านบนทำให้เรารู้อีกว่าเมืองนี้มีน้ำตกเยอะมาก แต่ตั้งอยู่ไกลจากตัวเมือง ซึ่งถ้ามีเวลามากกว่านี้ผมคงไปไปเที่ยวครับ ช่างน่าเดียวดายยิ่งนัก

การมาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในครั้งนี้ทำให้ผมได้ความรู้กลับไปมากมายเลยครับ ในโอกาสหน้าผมต้องกลับมาเที่ยวที่นี่เมืองพิษณุโลกนี้ใหม่ให้ได้ เพราะยังมีสถานที่น่าสนใจอีกหลายอย่างมีควรค่าต่อการไปเยี่ยมชม

อ้อ... ทำไมผมถึงตั้งชื่อ post นี้ว่าเมืองสุขภาพดี?? จากการที่นั่งรถชมรอบเมือง ไม่ว่าจะไปทางไหนเราจะเจอ ร้านนวดส่งเสริมสุขภาพโดยเฉพาะการนวดแผนไทย การจัดสวนสาธารณะที่เอื้อต่อการให้ประชาชนมาวิ่งเพื่อออกกำลังกาย ส่งเสริมการปั่นจักรยาน แถมมีโครงการเมืองพิษณุโลกสุขภาพดีปลอดบุหรี่และเหล้า น่าชื่นชมครับที่ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองนี้ให้ความสำคัญต่อปัญหาสุขภาพของประชาชน โอกาสหน้าผมต้องไม่พลาดมาเยี่ยมเยือนเมืองนี้อีกแน่นอน เมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยมิตรไมตรีของผู้คน...พิษณุโลก